โครงการพัฒนาทักษะการเงินและอาชีพเด็กในโรงเรียน

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดำเนินโครงการ “พัฒนาทักษะการเงินและอาชีพในโรงเรียน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ คำแนะนำในด้านการเงิน แนวทางการสร้างอาชีพสำหรับนักเรียนให้เป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ กลุ่มเป้าหมายจำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่ 1.โรงเรียนผาขวางวิทยา ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 2.โรงเรียนดอยแสนใจ (ตชด.อนุสรณ์) ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย และ 3.โรงเรียนมนตรีวิทยา ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย 
เป้าหมาย
นักเรียนชาวไทยภูเขามีความรู้และทักษะการเงินและมีรายได้จากการประกอบอาชีพระหว่างเรียน

สภาพปัญหา

  1. เด็กนักเรียนยังขาดวินัยเรื่องการใช้เงินและการออม และยังขาดทักษะอาชีพที่หลากหลายที่ทันยุคสมัย เช่น การค้าออนไลน์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์  เป็นต้น  
  2. เด็กเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  แล้วไม่เรียนต่อ มีหลายสาเหตุด้วยกัน  อาทิ  ครอบครัวมีฐานะยากจน  เด็กเรียนต่อสายสามัญไม่ไหว ผลการเรียนค่อนข้างต่ำ ทำให้ไม่อยากเรียนต่อ  บางครอบครัวผู้ปกครองไม่สนับสนุนให้เรียนต่อ ยังมีแนวคิดแบบเดิมๆ ให้เด็กออกมาช่วยงานทำไร่ ทำสวนและใช้แรงงาน
  3. เด็กและเยาวชนในระหว่างเรียนยังไม่สามารถค้นหาความต้องการหรือความถนัดของตัวเอง ว่าอยากทำอะไรหรืออยากเรียนต่อทางด้านไหน
  4. กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูง ทำให้ยิ่งขาดโอกาสในหลายๆด้านนอกจากด้านการศึกษาที่สูงขึ้นแล้วยังมีปัญหาอุปสรรคด้านการจ้างงานอีกด้วย รวมทั้งระบบสวัสดิการต่างๆยังไม่ครอบคลุม รวมทั้งการศึกษาในมหาวิทยาลัยในปัจจุบันยังมีปัญหา การผลิตบัณฑิตจบออกมาแต่ไม่มีงานรองรับ และขาดศักยภาพเฉพาะด้าน ทำให้ภาวการณ์ตกงานในปัจจุบันมีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ 

กิจกรรม

  1. การฝึกอบรมความรู้ทางการเงิน
  2. ค่ายแนะแนวอาชีพ
  3. การฝึกอบรมการเขียนแผนธุรกิจ/การบริหารจัดการกลุ่ม/ทักษะการเป็นผู้ประกอบการและทักษะการผลิต
  4. สนับสนุนงบประมาณตามแผนงานธุรกิจ
  5. ดำเนินธุรกิจจริงในโรงเรียน

ผลผลิต/ผลลัพธ์

  1. นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ และรู้จักใช้จ่ายเงินอย่างมีเหตุผล
  2. นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการสามารถจัดทำบันทึกรายรับรายจ่ายได้อย่างถูกต้อง และต่อเนื่อง
  3. นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้ระหว่างเรียน และสามารถนำไปเงินออมของตนเอง
  4. นักเรียน/ ครูที่ปรึกษา ที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ในการเขียนแผนธุรกิจ
  5. เกิดการรวมกลุ่มในการทำกิจกรรม และจัดตั้งเป็นชุมนุม/ชมรม ภายในโรงเรียน

ตัวชี้วัด

  1. นักเรียนจำนวน 80% ของแต่ละโรงเรียนได้รับความรู้ทางการเงิน
  2. นักเรียนจำนวน 60% ที่เข้าร่วมอบรมความรู้ทางการเงินสามารถบันทึกรายรับรายจ่าย ได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน
  3. โรงเรียนมีแผน BMC อย่างน้อย 3 แผนต่อโรงเรียน 
  4. นักเรียนที่มีรายได้จากการประกอบธุรกิจระหว่างเรียนมีเงินออมเพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวน 10% 
  5. แผน BMC ได้รับการสนับสนุนและมีการดำเนินงานต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน  

บริการด้านอื่น ๆ